The wind beneath my wings

วันนี้ได้ไป Roadshow ที่เทคโนลาดกระบังฯ
ได้ไปเหยียบคณะสถาปัตย์ซะที หลังจากที่เอ็นฯติดที่ศิลปากรแทนลาดกระบัง..
ทั้งๆที่ติวศิลปากรแค่สองสามเดือน กับติวเจ็ดวันเท่านั้นเอง ..
แต่ติดกับพี่ลาดกระบังนี่ตั้งหลายปีเลยนะ ..
มันคงเป็นดวง

วันนี้มันมีอะไรที่ bring back memory เยอะมาก เพราะอจ.ที่ดูแลภาควิชาถ่ายภาพ คุยไปคุยมาเอ็นฯรุ่นเดียวกันกันเลยแล้วที่สำคัญเขารู้จักพี่ติวเราด้วย ดีใจ เพราะพี่ๆเหล่านี้ หาตัวกันไม่เจอ ไม่ได้ติดต่อกันเลยหลังจากเราติดศิลปากรแทนลาดกระบัง

เจอพี่เนครั้งแรก
ที่โรงเรียนสอนวาดรูปสมุไท พี่เนเดินมาดูคลาสที่เราเรียนคือ drawing
เดินยิ้มๆ โฉบๆผ่านๆไปเท่านั้น
พี่เนเป็นผู้ชายตัวสูงๆขาวๆ ตาสวยมาก ตาดำพี่เนโตเหมือนที่เค้าเรียกกันว่าตากวาง ผมหยักศก
พี่เนใส่เสื้อเชิ๊ตยีนส์สีฟอกซีดเสมอเหมือนเป็นuniformเลยก็ว่าได้
เสื้อเชิ๊ตติดกระดุมคอ ไหล่กว้างๆ ใส่รองเท้าบู๊ทคาเมล เดินเร็วๆ
นิกชอบวาดรูปพี่เนมาก เพราะเหมือนดาราญี่ปุ่นคนนึงเลยทีเดียว
เวลานิกวาดรูปพี่เนจะวาดตากับผมก่อน
วาดจนจำขึ้นใจว่าพี่เนมีแผลเป็นเล็กๆเหนือตาข้างซ้าย

กลับมาที่สมุไทยเนี่ยพวกพี่ติวเค้าก็จะวิ่งเล่นข้ามห้องกันดูงานเด็กอยู่แล้วด้วย
พี่เนก็จะโฉบมาดูเราบ่อยๆบอกเราว่า มีแววนะ
แล้วก็มีพี่ตรี(จิตรกรรมศิลปากร)อีกคนที่บอกว่ามีแววๆ
พอทุกคนรู้ว่าอยู่ม.3
ก็มองหน้ากันแล้วบอกว่า
“ติดชัวร์!!”

เราเคยโดนพี่ไก่(พี่ติวอีกคนลาดกระบังเหมือนกันแต่โตกว่าพี่เน)ด่า เรื่องอะไรก็ไม่รู้
แล้วเราเจ็บใจมาก ออกมายืนร้องไห้ที่ทางเดิน พี่เนเดินมาเห็น เค้าก็เข้ามาปลอบ แล้วพี่เนก็ไปบอกพี่ไก่ พี่ไก่มาขอโทษเราด้วย คือพี่ๆบ้านนี้น่ารักมากๆน่ะคะ ตอนนั้นก็เด็กจริงๆร้อง่มร้องไห้โธ่เอ๋ย…

แล้วเราก็ลงเพิ่มอีกวิชาคือนิเทศศิลป์ที่พี่เนสอน
คราวนี้ก็เริ่มเคี่ยวเข็นเรามากขึ้นเพราะตอนนั้นประมาณม.4
พอจบคอร์ส
พี่เนบอกเราว่าให้เราไปเรียนติวที่ลาดกระบังจะได้เห็นงานที่คนอื่นที่เก่งกว่าเด็กที่สมุไท
ตอนนั้นเราอายุสิบหก แล้วการเดินทางจากสุขุมวิทไปลาดกระบังสมัยก่อนเป็นเรื่องยากลำบากมากนะคะ (ขนาดตอนนี้ไปยังหลงและคิดว่าไกลมากๆเลย)
เราไปขอแม่ แต่แม่ว่ามันไกลมากเกินไป ไม่ปลอดภัย ไม่อนุญาต
นิกไปบอกพี่เนแบบจ๋อยๆ
ฮีทำหน้าฮึดบอกไม่ยอม!!
ไม่ได้ มาเรียน พี่จะสอน!55
มาเรียน!!

แล้วพี่เนก็ลงทุนขนาดที่ว่านั่งรถมากจากลาดกระบังเพื่อติววิชาวาดรูปให้เราที่สาธิตประสานมิตรทุกวันเสาร์์! รู้สึกว่าจะไปพูดกับแม่ให้ด้วยถ้าจำไม่ผิดคือเราเด็กมากไงแล้วติวกันสองคนอย่างงั้นก็ไม่ค่อยดี ฮีเลยเอาหน้าพระเอกลิเกมาให้คุณนายแม่เห็นซะหน่อย ว่าไม่หลอกไปต้มยำทำแกงแน่นอน
แล้วเงินก็ไม่ค่อยยอมรับ คือนิกว่าเค้าไม่ได้อะไรเลย แต่เค้ามานะ มาไกลมาก ลำบากมาก เพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ว่ามันทำให้เราตั้งใจเรียนมากขึ้นมากขึ้น (สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือนะคะ เคยนั่งรอแล้วพี่เค้าไม่มาก็มีเพจด้วย)

นิกจำได้ เวลาผสมสี
พี่เนจะตั้งใจดูเรามาก แล้วบอกว่านิกมันผิด ทำอย่างงี้นะ
สีของเรามันจะแป้งมาก(ผสมขาวเยอะ)ส่วนพี่เนจะบวกดำลงไปเบรคให้มันหม่นๆนิดๆ
ดูผู้ชายๆ แต่เราก็เอาเทคนิกนี้มาใช้เยอะมากตลอดเวลาที่เรียนศิลปะเลย

พอขึ้นม.5ปลายๆปี พี่เนขึ้นปี4ค่ะ คือเริ่มงานเยอะ จำไม่ได้ว่าติดthesisหรืออะไร
ก็เลยบอกให้เราไปเรียนติวเพิ่มที่ศิลปากร เพราะเขาไม่ว่างมาทุกอาทิตย์แล้ว
ต้องยอมรับว่าได้อะไรจากพี่ๆแก๊งส์ศิลปากรเช่นกัน พี่เจี๊ยบ พี่เฉีย พี่ตรง ขอบคุณมากเลยนะคะ
แต่พี่เนก็ยังมาอยู่นะคือสักพักนิกก็จะเอางานที่ติวที่ศิลปากรมาให้พี่เนดู

เอ็นฯครั้งแรกตอนม.5 ค่ะ
ขำๆกะว่าไม่ติดหรอก
เลือกศิลปากรที่1 ลาดกระบังที่2
ติดที่1!!!!!!

ทางแยกจริงๆ
พี่เนถามเราว่าติดไหม?
เราบอกว่าไม่ติดค่ะ
พี่เนหน้าตาเสียไปเลย
เราบอกว่า...ไม่ติดลาดกระบังแต่ติดศิลปากร…..
……
……
……
พี่เนอึ้งไปแว่บใหญ่อ่ะ เหมือนงงไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี
เพราะเราเองก็แอบใจหายที่ไม่ติดลาดกระบังนะ (แต่ดีใจมากๆที่ติดศิลปากร มันคงเป็นความฝันของเด็กชอบวาดรูปทั้งประเทศเลยทีเดียวแหละ)

พี่เนอึ้งอยู่แว่บใหญ่เลย แล้วบอกเราว่า
“ดีแล้ว พี่ยินดีด้วยนะ ติดที่นั่นดีกว่าเยอะเลย”
แล้วก็ยิ้มใจดีให้เราทีนึง
เรารู้สึกว่าพี่เนเศร้านิดหน่อย ที่จะไม่ได้มาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันเดียวกัน
แต่ก็ยังพูดกับเราว่า ที่จริงพี่ก็เลือกศิลปากรนั่นแหละ แต่พี่ติดลาดกระบัง (ยิ้ม)
จนทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าที่พูดมาจริงหรือเล่น

เราก็ยังติดต่อพี่เนอยู่อีกพักใหญ่ๆนะคะ
นิกเข้าปีหนึ่ง พี่เนทำงาน
คราวนี้มันห่างกันไปอีก แต่เราก็ติดต่อกันเรื่อยๆ
นานๆครั้ง เริ่มนานๆออกไปครั้ง
จนนิกจบปี4
นิกโทรไปบอกพี่เนว่าจบแล้วนะ
มาดูงานexhibitionนิกด้วย
วันนั้นทุกคนมาพ่อแม่เพื่อน แต่ใจมันรออยู่คนเดียว… >,<
รอจนมืด เขาปิดหอศิลป์แล้ว เราก็รอ รอจนปิดพักใหญ่ๆพ่อบอกว่าไปกินข้าวกันเถอะ คนอื่นหิว
จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ศิลปากรดูอ้างว้างที่สุดในชีวิต…

เดี๋ยวนะมันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะคะ
เราก็เจอกันอยู่ดี 55 ทุกครั้งที่เจอหรือโทรคุยนิกจะพูดกับพี่เนว่า
พี่เนไม่ยอมไปดู thesis นิก ((โป้งงงงงง))
พี่เนบอกว่า..
ที่จริงพี่ไปนะ…แต่ไปถึงเย็นมากๆแล้ว คิดว่าคงปิดหมดแล้ว พี่เลยไม่ได้เข้าไป
นิกบอกว่านิกรออยู่ในมหาลัย…
แล้วเราก็ลืมนึกว่าเค้าพูดเล่นก็เผลอกัดๆอีก
เค้าก็พูดอีก เราเลยรู้สึกว่าเฮ้ยเค้าไปจริงๆนะ……

แต่สุดท้ายนิกก็ไปเรียนต่อแล้วก็ขาดการติดต่อกันไปจนบัดนี้เลยค่ะ
จำได้ว่าโทรไปลา แล้วร้องไห้
บอกพี่เนว่าพี่เนนิกขอบคุณมากนะ ถ้าไม่มีพี่เนมาติวให้นิกก็ไม่ติดมหาลัยดีแบบนี้
พี่เนบอกว่า“พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย(คือเป็นสิ่งที่เค้าพูดตลอด)นิกทำเองทั้งหมด พี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ แล้วจะไปเรียนต่อแล้วยังร้องไห้แบบนี้จะดูแลตัวเองได้ยังไง.. :-)ดูแลตัวเองดีๆนะ”

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราคุยกัน.

วันนี้.
บางครั้งที่โลกมันโหดร้ายมากๆ เราก็คิดถึง…
ครั้งนึงเคยมีคนที่ห่วงใยดูแลใจดีกับเรามากขนาดนั้น
บางคนก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนรักกัน แต่เกิดมาเพื่อพาอีกคนไปสู่ทางที่เราต้องเดินต่อไปคนเดียว
เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นรักแท้ เป็นรักที่ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนทั้งสิ้น

นิกไม่มีรูปของพี่เนเลยสักใบ
บางครั้งมันยากที่จะแยกว่านี่เค้าเคยเข้ามาในชีวิตเราจริงๆหรือ
ไม่ว่าเค้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
อยากให้รู้ว่าน้องคนนี้ขอบคุณและรักพี่เนเสมอ
อยากให้มีเนมีความสุข มีชีวิตที่ดี ที่สมบูรณ์

สำหรับเราพี่เนเป็นสายลมที่พัดมาให้อุ่นใจทุกครั้งแม้ว่าจะได้แค่คิดถึงก็ตาม
….เหมือนกันชื่อจริงของพี่เนที่แปลว่าสายลม.

รัก.

 

About nixeyg

Sweet and Sexy Female Photographer whose wearing 4 heels while she is shooting!
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

6 Responses to The wind beneath my wings

  1. nixeyg says:

    ความคิดถึงส่งไปไม่ถึงที่ไรก็งอแงกลับเป็นเด็กหญิงทุกที

  2. nixeyg says:

    อ่านแล้วไม่คอมเม้นท์..แช่ง……

  3. nhoi says:

    อ่านแล้วอมยิ้ม..แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้อ่านบล๊อกที่นิกเขียนแบบนี้..
    นึกเป็นฉาก ๆ ยิ่งกว่าซีรี่ย์เกาหลีญี่ปุ่นอีก 5555
    ชอบมาก…แล้วก็อยากเห็นรูปที่นิกวาดตอนนั้นด้วยล่ะ…
    ถึงจะไม่ได้เจอกันอีก…ไม่มีแม้รูปถ่าย..แต่ความทรงจำที่นิกถ่ายทอดออกมามันสวยงามมากเลย ^^

  4. nixeyg says:

    รูปไม่เหลือแล้วพี่ หาเจอก็เก่งละ

  5. nhoi says:

    when will u update your blog la ka

  6. nana says:

    ซึ้งฮ่ะ อ่านถึงช๊อตยืนรอจนหอศิลป์ปิด อูยยยซีนหนังรักมากๆ น้ำตาคลอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s