SIN City 2010 vol.1

เป็นอะไรที่ค่อนข้างเป็น annual trip ไปซะแล้วสำหรับสิงค์โปร์
ปีนี้โหดมันส์ฮามาก
ที่แน่ๆคือไปเพื่อถ่ายรูปแต่งงานให้พี่แตงเป็นหลัก
ไปถึงปุ๊ปเลนส์แตก


(T^T)

ดูให้ชัดๆ ความหวังดีเกินเหตุของ Jetstar airline
เรื่องมีอยู่ว่าสจ๊วตหวงพื้นที่ อิชั้นลากกระเป๋าใบบนขึ้นไปบนcabinแล้ว บอกเค้าเหมือนที่บอกมาตลอดเวลาการเดินทางไปทำงานว่า
“ช่วยหาตู้หรือฝากวางตรงไหนได้บ้าง” (เนื่องจากกระเป๋าอิชั้นเป็น hard case) แล้วเราก็มีปัญหาหลัง ไม่อยากยกหรือวานใคร
สจ๊วตชื่อ Joe บอกว่าได้จะใส่ cupboard ให้
พออิชั้นได้สติ (เครื่องลงจอด) เดินไปถามหากระเป๋า เค้าว่า อ๋อ โหลดลงคาร์โก้ให้แล้ว
กุอึ้งไปหลายวิ………บอกว่าได้ยังไงเพราะนั่นมันกระเป๋ากล้องแล้วชั้นก็ไม่ได้ล๊อก เพราะลากมาเองตลอด แล้วต้องเปิดที่ immigration (ทุกที่ในโลก)
แล้วสจ๊วตก็ทำหน้าอึ้งๆ แต่ว่าประมาณว่ากรุไม่ผิด….อิชั้นเห็นแล้วท่าจะเสียเวลามาก รีบลงไปเอาดีกว่าจะเสียเวลาไปกว่านี้

แต่กว่าจะผ่า immigration ออกมาได้ก็เสียเวลาไปชั่วโมงกว่าๆเลย คนเยอะมากเพราะเป็นช่วง Chinese new year อ่ะนะ
ในใจได้แต่ภวานาว่า อย่าให้หายเลย อย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถิด
เพราะถ้าหายเนี่ย ทำงานไม่ได้ เสียเวลา เสียอารมณ์ และเสียเงินขนาดหนัก
แต่รู้อยู่เต็มอกละว่ามันต้องมีอะไรสักเรื่องแน่นอน…

พอลงมาที่ beltก็เห็นกระเป๋าตัวเองวางอยู่ที่พื้นแล้ว (มีคนยกลงให้)
โชคดีมากๆที่ประเทศที่เกิดเรื่องคือสิงค์โปร์ซึ่งมีกฎหมายรุนแรง ถ้าเป็นประเทศอื่น ขอบอกเลยว่ากระเป๋าอิฉันมีอันได้ลงไปอยู่ในตลาดมืดแล้วเป็นแน่
เพราะมันมีกล้องssss เลเวลโปรทั้งหมดนะคะ  – D1X, FM2T, Sigma 24-70, Nikon 70-200 เท่านั้นเอ๊งงงงง ไม่รวมแฟลชและแบตเตอรี่อีกสองก้อน และที่ชาร์จ
คือ D1xก็ไม่หนักเท่า FM2T หายเพราะเป็นกล้องตัวแรกในชีวิตและlimitedที่หาไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญมันสภาพดีมากเพราะเรารักษาของ
ต่อให้หายแล้วสายการบินชดใช้ก็ไม่มีทางได้เท่าเดิมแน่นอนในด้านของความรู้สึก
นิกเป็นคนที่ผูกพันกับของบางชิ้นนะคะ มันมีค่าทางจิตใจ เป็นความทรงจำ มากกว่าอยากได้ของใหม่ขึ้นเรื่อยๆไปเรื่อยๆ
ถ้าหายคงเหมือนตอนที่รองเท้าไอซ์สเก็ตแตก ก็ยังหงอยไปเป็นวัน เหมือนเพื่อนเก่าตายไปคนเลยขนาดนั้น

อิชั้นซูสายการบินเลยค่ะ

ควรจะโดนอย่างยิ่ง เมื่อพยายามติดต่อ counter ของ jetstar แล้วติดต่อไม่ได้ ตอนนั้นประมาณตีหนึ่งครึ่ง
พอตีสองอิชั้นเลยลงไปแจ้งความ แล้วขึ้นกลับเข้าที่ lost and found เพื่อขอ courtesy report ว่าเราไม่ได้ไปทำแตกที่อื่นแล้วมามั่วที่เค้า
(ซึ่งแนะนำว่าถ้าใครเจอเหตุการณืแบบนี้ จะต้องทำอย่างยิ่งนะคะ)
ซึ่งคุณหัวหน้าแผนก lost and found ของ changi airport นั้นดีมากเลยนะคะ มาช่วยดู ช่วยวิเคราะห์แล้วเค้าก็เห็นด้วยว่าสต๊าฟมันมั่ว
เพราะมีป้ายแทกอีกอันที่ผูกพิเศษเพื่อโหลดลงคาร์โก้แต่ไม่มีคนเซ็นต์ชื่อ แล้วเค้าก็บอกให้ถ่ายรูปเก็บไว้อย่างงี้งั้นโง้น ดีมากๆเลย
อีกคนที่เขียน report ให้ก็ช่วยเหลือดีมากๆ เหมือนกัน (ตอนนั้นเกือบตีสามแล้วค่ะ)

Courtesy Reportนี่เป็นอะรไที่สำคัญมากนะคะ เพราะเวลาที่เรากลับไปถามหรือตามเรื่องหรือส่งอีเมลล์เนี่ย ทุกอย่างเข้มข้นขึ้นด้วยคำว่า
I have a courtesy report to confirm that I didnt make this story up. PLEASE FEED ME BACK.
เขาจะตอบเราเร็วขึ้นมานิดหน่อย แต่เราก็ต้องตามจี้อยู่ดีค่ะ แต่ว่าเลาที่ไปหน้าเคาเตอร์เนี่ยเหมือนตอนแรกก็ไม่สนใจ เตรียมจะโบ้ย พอบอกมีใบนี้เนี่ย
พนง.จะ nice ขึ้นมาแบบก้นเหวเป็นท้องฟ้าชั้นบรรยกาศเหนือโลกทันทีนะ
ตอนนี้ก็ล่วงเลยมาใกล้ครบเวลาที่สายการบินขอเวลาสืบสาวราวเรื่องแล้ว
ส่วนนี้อัพเดทอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังนะคะ
นิกฟ้องค่าเสียหายเป็นแค่เลนส์ใหม่อีกตัวไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรเลย แต่ขอให้ชดใช้ในสิ่งที่มันgone too far ของ staff เค้าด้วยก็เท่านั้นเอง

Part 1 เอาแค่นี้แล้วกันนะ

xxx

About nixeyg

Sweet and Sexy Female Photographer whose wearing 4 heels while she is shooting!
This entry was posted in Photography. Bookmark the permalink.

3 Responses to SIN City 2010 vol.1

  1. nhoi says:

    โอ้ยยยย..อ่านแล้วกรี๊ดดดด
    ทีแรกเห็นรูปก่อนก็เฮ้ย…
    เคยทำเลนส์ตก..แล้วแบบ…ไม่ดูเลยนะ…หยิบใส่กระเป๋าแล้วเก็บแว้แบบนั้นไม่เปิดเป็นปี ๆ
    ได้ยินสียงเหมือนกระจกร่วงในนั้น…งือ
    ทำใจไม่ได้…
    เลยเข้าใจอารมณ์ที่นิกบอกเลยอ่ะ หงอยไปเป็นวันหรือรู้สึกเหมือนจากเพื่อนที่สนิท…
    แต่ปรากฏว่าวันหนึ่งหยิบออกมาแล้วมันไมไ่ด้เป็นไร ที่แตกคือฟิลเตอร์ที่ติดอยู่
    เสียเวลาหงอยไปเปนชาติ..ฮ่าๆๆ
    แต่อ่านเรื่องนี้แล้วโห..พี่คงนั่งร้องไห้ตั้งแต่สนามบินแล้ว…
    อีสจ๊วตหวังดีเกิ๊นนนน
    แต่เสี่ยงงมากนะนิก….โชคดีโพ่ด ๆ อ่ะที่ได้ของคืนไม่โดนใครเอาไปทำของอิมพอร์ตเป็นอิหยิบไปแล้ว
    แต่อันที่จริงก็ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย…ฮ่าๆๆๆๆ
    เรื่องเป็นไงต่อเดี๋ยวจะรออ่านนะตัวนะ

  2. กวาง-มนน้ำฝน says:

    มาลงชื่อรออ่านด้วยคนค่ะ

    แต่หนูน้ำตาเล็ดตั้งแต่เห็นเลนส์แตกแล้วค่ะ
    ใจงี้หวิววมากกกกกก บวกขนลุกขณะพิมพ์เบิ้ลไปด้วยเลย
    จะอาชีพไหน ก็มักจะมีคนมักง่ายอย่างนี้ปนๆไปเสมอ
    ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเราเอาซะเลย อิตาคนนี้ “ห่วย” ค่ะ

  3. nana says:

    ถ้าเกิดเหตุการณ์งี้แล้วภาษาอังกฤษพูดได้กบๆ เขียดๆ อย่างชั้น ก็คงใช้เวลาเยอะ เผลอๆ อาจจะสู้เค้าไม่ได้เลย

    ไว้อาลัยให้กับเลนส์ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 วิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s